เส้นทางแนะนำ / เที่ยวชายฝั่งตะวันตกของไอร์แลนด์

          
เริ่มต้น: นิวพอร์ต, เคาน์ตี้ เมโย – สิ้นสุด: เมืองลอนดอนเดอรี ซิตี้
การเดินทาง: มีสนามบินหลายแห่งที่พาคุณมาที่นี่ได้ รวมถึง สนามบินไอร์แลนด์ เวสต์ แอร์พอร์ต น็อค (Ireland West Airport Knock), กัลย์เวย์ หรือแชนนอน ซึ่งคุณสามารถเช่ารถ หรือจากสนามบินซิตี้ ออฟ เดอรรี แอร์พอร์ต
ระยะทางเฉลี่ยต่อวัน: 147 กม.
ระยะเวลาที่แนะนำ: 5 วัน


วันที่ 1


ออกจากนิวพอร์ต, เคาน์ตี้ เมโย เลาะชายฝั่งอ่าวคลูเบย์ (Clew Bay) ไปตามเส้นทางหมายเลข N59 ทางใต้ของคอนเนอมารา (Connemara)ใน เคาน์ตี้ กัลเวย์ หยุดพักที่ไคลมอร์ แอบบีย์ (Kylemore Abbey) ซึ่งมีทำเลที่ตั้งงดงามเหนือทะเลสาบ เดิมเป็นคฤหาสน์ของมหาเศรษฐีผู้มีอันจะกิน ปัจจุบันถูกใช้เป็นสำนักชีนิกายเบเนดิก จากนั้นใช้เวลาช่วงที่เหลือท่องเที่ยวในคอนเนอมารา คุณจะพบว่าที่บนภูเขาในอุทยานแห่งชาติ มีกิจกรรมกีฬาที่ท้าให้คุณได้ผจญภัยมากมาย หรือคุณอาจเลือกวิธีที่สบายกว่าโดยการพักผ่อนบนผืนทรายสีขาวริมฝั่งทะเล เราขอแนะนำให้คุณพักค้างคืนที่หมู่บ้านชาวประมงราวน์สโตน (Roundstone) อันงดงาม ในเคาน์ตี้ กัลเวย์
ระยะทางทั้งหมด: 101 กม.

วันที่ 2


ไปตามถนนหมายเลข N59 จากราวน์สโตนสู่เมืองกัลเวย์ ซิตี้ ที่นี่คุณจะได้เพลิดเพลินกับมรดกทางศิลปะและความรุ่มรวยทางวัฒนธรรม ก่อนจะขึ้นรถเดินทางต่อไปตามเส้นทางสาย N18 และ R460 มุ่งหน้าสู่เดอะเบอร์เรน (The Burren) ในเคาน์ตี้ แคลร์ พื้นที่หินปูนที่กินอาณาบริเวณกว้างขวางซึ่งคุณจะพบเห็นที่อยู่ของคนในยุคโบราณ หลุมศพ รวมถึงดอกไม้ป่าและสัตว์ท้องถิ่น และที่พลาดไม่ได้ คือผาชันแห่งโมเออร์ (Cliffs of Moher) ทางตะวันตก ซึ่งจะทำให้คุณรู้สึกคล้ายกับว่าได้มาถึงชายขอบโลก เมืองลาฮินช์ (Lahinch) ซึ่งอยู่เยื้องลงมาทางใต้เล็กน้อย เป็นสถานที่เหมาะแก่การพักค้างคืน ที่นี่มีชายหาดอันน่าทึ่งซึ่งเป็นที่โปรดปรานของเหล่านักเล่นกระดานโต้คลื่น
ระยะทางทั้งหมด: 177 กม.

วันที่ 3


จากลาฮินช์ ขับต่อขึ้นเหนือในระยะทางสั้นๆ สู่เมืองดูลิน (Doolin) ซึ่งมักถูกเรียกขานว่าเป็นนครหลวงแห่งดนตรีพื้นบ้านไอริช เพลิดเพลินไปกับจังหวะกลองบอราน (กลองเล็กของไอริช) และเสียงซอ แล้วจึงออกเดินทางต่อไปยังท่าเรือ จอดรถไว้ที่นั่นเพื่อข้ามเรือเฟอร์รี่สู่หมู่เกาะอะราน (Aran Islands) ในเวลาเพียงยี่สิบนาทีเท่านั้น คุณก็จะได้พบกับสถานที่ซึ่งอบอวลด้วยกลิ่นไอแห่งขนบประเพณีอันอบอุ่น ผสานกับความงามแห่งธรรมชาติอันบริสุทธิ์ที่จะติดตรึงอยู่ในใจคุณ คุณอาจใช้เวลาท่องเที่ยวไปตามเกาะต่างๆ ตลอดวัน เพลิดเพลินภูมิทัศน์หินปูน หรือชมพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งที่รวบรวมไว้ด้วยหลักฐานสำคัญทางวัฒนธรรมและศิลปะวัตถุ ที่นี่ใช้ภาษาเกลิกเป็นภาษาหลัก แต่คำว่า ‘fáilte’ ซึ่งหมายถึงยินดีต้อนรับ กลับมีความหมายเกินคำพูดยิ่งนัก คุณจะเลือกพักค้างคืนบนเกาะ หรือพักในเมืองดูลินของเคาน์ตี้ แคลร์ก็ได้
ระยะทางทั้งหมด: 19.5 กม.

วันที่ 4


จากดูลินมุ่งสู่สไลโก (Sligo) โดยใช้เส้นทางหมายเลข N67, N18 และ N17 ผู้ที่ชื่นชอบการเที่ยวชมเมืองโบราณอาจอยากหยุดแวะที่ Céide Fields ที่แคร์โรว์มอร์ (Carrowmore) ในเคาน์ตี้ เมโย ซึ่งอาจทำให้คุณติดลมจนใช้เวลาทั้งวันอยู่ที่นี่ เนื่องจากสถานที่แห่งนี้เป็นแหล่งโบราณคดีหินที่ใหญ่ที่สุดของไอร์แลนด์ มีหลุมศพโบราณกว่า 60 หลุม ทั้งยังมีศูนย์วัฒนธรรมที่ถ่ายทอดเรื่องราวของบรรพบุรุษย้อนหลังไปได้ถึง 200 รุ่น จุดหมายถัดไปคือเมืองสไลโก เมืองแห่งงานวรรณกรรม มรดกตกทอดอันยาวนานที่ใครก็อดอิจฉาไม่ได้ บุคคลผู้มีชื่อเสียงของเมืองนี้คือ กวีชื่อดัง ดับบลิว.บี.ยีตส์ สิ่งแวดล้อมที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับผลงานของเขายังปรากฏให้พบเห็นได้ทั่วไป ร่างของยีตส์ถูกฝังไว้ดรัมคลิฟ (Drumcliff) ทางเหนือของเมืองสไลโกในสุสานที่อยู่ใต้ร่มเงาของภูเขาเบนบุลเบน คุณอาจไปแวะเยือน ลิสซาเดล เฮ้าส์ แอนด์ การ์เดนส์ (Lissadell House and Gardens) ด้วยก็ได้ ที่นี่เป็นสถานที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับยีตส์ซึ่งเมื่อครั้งในอดีตมักใช้เวลามาอยู่ที่นี่บ่อยๆ
ระยะทางทั้งหมด: 234 กม.

วันที่ 5


จากเมืองสไลโก เดินทางขึ้นเหนือไปยังโดเนกัล (Donegal) ตามถนนสาย N15 เลียบทะเล ที่มีทัศนียภาพงดงาม หยุดพักทานอาหารกลางวันที่เมืองโดเนกัล ซึ่งตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเอสก์ (Eske) โดยมีเทือกเขาบลูสแต็ค (Bluestack) เป็นฉากหลัง จากนั้นออกเดินทางไปทางทิศตะวันออก บนถนนสาย N56 และ R63 ไปยังสลีพ ลีก (Slieve League) ซึ่งคุณจะต้องตื่นตะลึงกับหน้าผาริมทะเลที่สูงที่สุดในยุโรป มุ่งหน้ากลับเข้าไปในแผ่นดินอีกครั้งเพื่อไปยังอุทยานแห่งชาติเกล็นเว (Glenveagh National Park) อันกว้างใหญ่ มีทั้งภูเขา ทะเลสาบ และป่าไม้ เหมาะอย่างยิ่งต่อการส่องสัตว์ นับจากกวางแดง ไปจนถึงนกอินทรีทองซึ่งเพิ่งเป็นที่รู้จักเมื่อไม่นานมานี้ เดินทางต่อไปทางทิศตะวันออกตามถนนสาย N56 เป็นระยะทางสั้นๆ ผ่านเล็ตเทอร์เคนนี (Letterkenny) จากนั้น ใช้เส้นทางสาย N13 และ A2 ไปยังลอนดอนเดอรีซึ่งคุณจะได้พักผ่อนและคลายอารมณ์ในผับและภัตตาคารชั้นเลิศในเมืองก่อนมุ่งหน้ากลับบ้าน
ระยะทางทั้งหมด: 204 กม.

และหากคุณมีเวลามากพอ...


• ท่องซาฟารีที่ Donegal Bay Sea Safari ซึ่งจะพาคุณให้ใกล้ชิดกับธรรมชาติมากยิ่งขึ้น อาจวกกลับขึ้นไปที่ Bloody Forelands หรือมุ่งหน้าสู่ Glenties ใน Donegal

• แวะเยือนอะคิล ไอส์แลนด์ (Achill Island) ในเคาน์ตี้ เมโย เกาะที่ใหญ่ที่สุดของไอร์แลนด์ที่มีผู้อยู่อาศัยนับย้อนไปได้ถึงสมัยนิโอลิธิก เกาะแห่งนี้มีสะพาน Michael Davitt Bridge เชื่อมต่อกับแผ่นดินใหญ่ คุณจึงสามารถนำรถข้ามไปบนเกาะด้วยได้

• ขึ้นรถจักรไอน้ำ ที่ Cavan & Leitrim Railway Dromod ในเคาน์ตี้ เลทริม

• เยี่ยมชม บันรัตตี้ แคสเซิล (Bunratty Castle) ในเคาน์ตี้ แคลร์ บนฝั่งแม่น้ำแชนนอน เอสทัวรี อันเป็นปราสาทยุคกลาง ที่มีการตกแต่งประดับประดาอย่างงดงามด้วย ม่านประดับฝา งานประดิษฐ์ ภาพเขียน และที่คุณพลาดชมไม่ได้คือ เกรทฮอลล์ (Great Hall), คุกใต้ดิน และหอคอยทั้งสี่

• อะแดร์ (Adare) ในเคาน์ตี้ ลิมริค ขึ้นชื่อว่าเป็นหมู่บ้านที่สวยที่สุดของไอร์แลนด์ ด้วยความงามเสมือนภาพในโปสการ์ด ที่สร้างความสุขตาสุขใจให้กับผู้ไปเยือน

• คิงก์จอห์นส์ แคสเซิล (King John’s Castle) ปราสาทในศตวรรษที่ 13 ในเมืองลิมริค ที่คุณจะได้พบกับเรื่องราวในประวัติศาสตร์ ทิวทัศน์อันตระการตา และเรียนรู้ถึงสภาพการใช้ชีวิตในยุคนอร์มัน

• พิพิธภัณฑ์ฮันท์ มิวเซียม (Hunt Museum) ในเมืองลิมริค จัดแสดงผลงานสะสมทางศิลปะและข้าวของโบราณที่ยิ่งใหญ่ที่สุด
  นโยบายความเป็นส่วนตัว| ข้อกำหนดในการใช้ | แผนผังเว็บไซต์ © 2008 - ไอร์แลนด์ - สงวนลิขสิทธิ์
Top